วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

คณะผู้จัดทำ



แนะนำผู้จัดทำ



1.นางสาวกนกวรรณ เปรมสวัสดิ์  007
2.นายธนวัฒน์    พัฒนจันทร์   012


3.นางสาวปฐมา กันยายาว  023

4.นางสาวลักขิกา     ขำท่าพูด   029

5.นางสาวปวีณา      รังหอม       030

6.นายทรงภพ          อารมณ์สุขโข     035

7.นางสาวจิราภรณ์         จูค้า         036







กิจกรรม ส่งเสริมวัฒนธรรม



ส่งเสริมวัฒนธรรม วันลอยกระทง
ณ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต



ลอยกระทง เป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆ ที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ และความเชื่อต่างๆ กัน ในปีนี้ วันลอยกระทง ตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2557

ประเพณีลอยกระทง (Loy Krathong Festival) มิได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศจีน อินเดีย เขมร ลาว และพม่า ก็มีการลอยกระทงคล้ายๆ กับบ้านเรา จะต่างกันบ้าง ก็คงเป็นเรื่องรายละเอียด พิธีกรรม และความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น แม้แต่ในบ้านเราเอง การลอยกระทง ก็มาจากความเชื่อที่หลากหลายเช่นกัน ซึ่งกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้รวบรวมมาบอกเล่าให้ทราบกันดังต่อไปนี้

ทำไมถึงลอยกระทง

การลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า ปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร เพียงแต่ท้องถิ่นแต่ละแห่ง ก็จะมีจุดประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงแตกต่างกันไป เช่น ในเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ก็จะเป็นการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์, เป็นบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา ซึ่งปัจจุบันคือแม่น้ำเนรพุททาในอินเดีย หรือต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดา


ประกวดกระทง รักษ์สิ่งแวดล้อม

ทำไมกระทงส่วนใหญ่เป็นรูปดอกบัว ในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือตำนานนางนพมาศ ซึ่งเป็นพระสนมเอก ของพระมหาธรรมราชาลิไทยหรือพระร่วง แห่งกรุงสุโขทัย ได้กล่าวถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองว่า เป็นเวลาเสด็จประพาสลำน้ำ ตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน และได้มีรับสั่งให้บรรดาพระสนมนางในทั้งหลาย ตกแต่งกระทงประดับดอกไม้ธูปเทียน นำไปลอยน้ำหน้าพระที่นั่ง ในคราวนั้น ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศพระสนมเอก ก็ได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น ด้วยเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษ ที่บานในเวลากลางคืนเพียงปีละครั้งในวันดังกล่าว สมควรทำเป็นกระทงแต่งประทีป ลอยไปถวายสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งเมื่อพระร่วงเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็น ก็รับสั่งถามถึงความหมาย นางก็ได้ทูลอธิบายจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย พระองค์จึงมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน” ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นโคมลอยรูปดอกบัวปรากฏมาจนปัจจุบัน



ประกวดกระทง

วัตถุประสงค์ของวันลอยกระทง (Loy Krathong Festival)

นอกจากนี้ ลอยกระทง ก็ยังมีวัตถุประสงค์ เพื่อบูชาพระอุปคุตเถระที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล บางแห่งก็ลอยกระทง เพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของตน บางแห่งก็เพื่อแสดงความขอบคุณพระแม่คงคา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งขอขมาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป ส่วนบางท้องที่ ก็จะทำเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ และส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานขอสิ่งที่ตนปรารถนาไปด้วย




ลอยกระทง


ขายของแบบย้อนยุค



ขอขอบคุณข้อมูล : อมรรัตน์ เทพกำปนาท สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม








กิจกรรมรักษาสิ่งแวดล้อม กินข้าวหมดจาน ดื่มน้ำหมดแก้ว


โครงการกินข้าวหมดจาน ดื่มน้ำหมดแก้ว


โครงการ                กินข้าวหมดจาน ดื่มน้ำหมดแก้ว
ผู้จัดทำ                  นักศึกษาหลักสูตรสิ่งแวดล้อมเมืองและอุตสาหกรรม ชั้นปีที่ 2 หลักสูตรสิ่งแวดล้อมเมืองและอุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต
อาจารย์ที่ปรึกษา  ดร.พุทธิธร แสงรุ่งเรือง

บทคัดย่อ
การทำโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กกินข้าวหมดจาน ดื่มน้ำหมดแก้วและให้เด็กเห็นความสำคัญของอาหารทุกมื้อเพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารและพลังงานที่เพียงพอในการเรียนรู้ตลอดวัน โดยศึกษาจากโรงเรียนลอออุทิศ ชั้นประถมศึกษาที่ 4 จำนวน67 คน และอนุบาล 23 คน โดยเป็นการทดสอบและการสังเกตเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีการแบ่งออกเป็นกลุ่มเปรียบเทียบ โดยจะเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นจากทั้งสองกลุ่มหรือมากกว่า เพื่อนำมาเปรียบเทียบ โดยในการทดสอบครั้งนี้ ใช้น้ำหนักของเศษอาหารและน้ำที่เหลือในแต่ละครั้งเป็นตัววัด มีการแยกเศษอาหารใส่ถัง แยกห้องไว้ โดยการชั่งน้ำหนักใช้เครื่องชั่งน้ำหนัก น้ำหนักของเศษอาหารแต่ละครั้ง จะถูกรวบรวมตามน้ำหนักจริง

                จากผลการสังเกตจะเห็นได้ว่า ปริมาณอาหารที่ให้แต่ละวันแก่เด็กอนุบาลกับเด็กประถมศึกษาปริมาณอาหารไม่เท่ากัน จากการบันทึกผล วันที่ 8 สิงหาคม 2557 ชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 4/1เหลือเป็นปริมาณที่มากสุด และชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 น้อยที่สุด ปริมาณอาหารที่เหลือ 0.53 kg., 0.25 kg. ตามลำดับ วันที่ 13 สิงหาคม 2557 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 เหลือปริมาณมากที่สุด และชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 เหลือน้อยที่สุด ปริมาณอาหารที่เหลือ 0.48 kg. ,0.35 kg. ตามลำดับ วันที่ 22 สิงหาคม 2557 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 เหลือเป็นปริมาณมากที่สุด และชั้นอนุบาลเหลือน้อยที่สุด ปริมาณอาหารที่เหลือ 0.40 kg. ,0.33 kg. ตามลำดับ วันที่ 29 สิงหาคม 2557 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 เหลือปริมาณมากที่สุด และชั้นอนุบาลเหลือน้อยที่สุด ปริมาณอาหารที่เหลือ 0.37 kg. ,0.27 kg. จากการบันทึกผลการทดลองทั้ง 4 ครั้ง จะเห็นได้ว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 มีจำนวนอาหารที่กินเหลือมากที่สุดรองลงมาเป็นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 อนุบาลและชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2
จากการที่เราได้ทำโครงการการศึกษาชิ้นนี้ขึ้น เราจะเห็นการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นๆเราได้ทำการจดบันทึก พัฒนาการเปลี่ยนแปลงของน้องๆละอองอุทิศ โดยระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้เข้าไปตรวจสอบดูแลสอดส่องโดยการวัดตวงเศษอาหารและน้ำดื่มที่น้องๆรับประทานและจดบันทึกด้วยตัวเองอยู่เสมอโดยเราได้ใส่ตารางบันทึกเอาไว้ในบทที่ผ่านมา และจากการสังเกตและจดบันทึกเราก็เห็นการพัฒนาที่ดีขึ้นของน้องๆ ทำให้เราคิดว่าการทำโครงการนี้จะสำเร็จไปได้ด้วยดี และน้องๆคงจะปฏิบัติแบบนี้เป็นกิจวัตประจำวัน และถ้าน้องๆทำได้ โครงการชิ้นนี้ของเราก็จะประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง


แต่งตัวเป็นผู้พิทักษ์น้ำและผู้พิทักษ์เพื่อเชิญชวนให้น้องๆกินข้าว 

แต่งตัวเป็นผู้พิทักษ์น้ำเชิญชวนให้น้องๆกินข้าว
                                                                                                                                                                  
                                      
 ผู้พิทักษ์น้ำเชิญชวนให้น้องๆกินข้าว


 ให้น้องๆแยกเศษอาหาร


ข้าว อาหารหลักของคนไทยมีขั้นตอนและกระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพยากร พลังงานและมลพิษมากมาย ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ปลูกข้าว การไถ การหว่าน การใส่ปุ๋ย การกำจัดศัตรูพืช การให้น้ำ การเก็บเกี่ยว การนวด ไปจนถึงการสีข้าวและการขนส่งสู่มือผู้บริโภค ซึ่งมีกระบวนการ ขั้นตอนที่ยุ่งยาก ซับซ้อนและใช้พลังงานอย่างมาก ปกติข้าวเปลือก 100 กิโลกรัม เมื่อผ่านการขัดสีจะได้ข้าวสารเพียง 48 กิโลกรัมเท่านั้น โดยมีผลพลอยได้จากการผลิต คือ ปลายข้าว รำ และแกลบ และเมื่อข้าวสารมาถึงมือผู้บริโภคแล้ว ยังต้องผ่านการทำความสะอาดและหุงให้เป็นข้าวสวย ซึ่งต้องใช้ทั้งน้ำและพลังงานไฟฟ้า

กว่าจะมาเป็นข้าว
ข้าวสวยหอมๆนุ่มที่เรารับประทานกันอยู่นี้ มีขั้นตอนและกระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพยากร พลังงานและมลพิษมากมาย ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ปลูกข้าว การไถ การหว่าน การใส่ปุ๋ย การกำจัดศัตรูพืช การให้น้ำ การเก็บเกี่ยว การนวด ไปจนถึงการสีข้าวและการขนส่งสู่มือผู้บริโภค ซึ่งมีกระบวนการ ขั้นตอนที่ยุ่งยาก ซับซ้อนและใช้พลังงานอย่างมาก ซึ่งโดยปกติข้าวเปลือก 100 กิโลกรัม เมื่อผ่านการขัดสีจะได้ข้าวสารเพียง 48 กิโลกรัมเท่านั้น โดยมีผลพลอยได้จากการผลิต คือ ปลายข้าว รำ และแกลบ และเมื่อข้าวสารมาถึงมือผู้บริโภคแล้ว ยังต้องผ่านการทำความสะอาดและหุงให้เป็นข้าวสวย ซึ่งต้องใช้ทั้งน้ำและพลังงานไฟฟ้า ดังนั้น การรับประทานข้าวไม่หมดจาน จึงเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่าและสูญเปล่า
  
กินข้าวหมดจานช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
การบริโภคที่พอดีในแต่ละมื้อ ไม่ตักข้าวและกับข้าวในปริมาณที่มากจนเกินไป จะช่วยลดปริมาณข้าวสาร ผัก และเนื้อสัตว์ที่ใช้ในการประกอบอาหาร ลดการใช้พลังงานและน้ำในการประกอบอาหาร การชำระล้างและการกำจัดของเสีย อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (มีเทน และคาร์บอนไดออกไซด์) ที่จะเกิดขึ้นการย่อยสลายของเศษอาหาร

กว่าจะมาเป็นน้ำดื่มสะอาด
น้ำสะอาดที่เราดื่มกินในทุกวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเช่นกัน ได้แก่ น้ำดิบ สารเคมี และพลังงานที่ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพ การผลิตน้ำสะอาด และการบำบัดน้ำเสีย รวมถึงกระบวนการบรรจุขวดและการขนส่งในกรณีของน้ำดื่มบรรจุขวด

ดื่มน้ำหมดแก้วช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างไร?
การจัดเตรียม/ เทน้ำดื่มที่พอดีในแต่ละครั้ง จะช่วยลดปริมาณน้ำดิบ พลังงาน และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตน้ำดื่ม อีกทั้งยังช่วยลดพลังงานที่ใช้ในการบำบัดน้ำทิ้งจำนวนมหาศาล อีกทั้ง ยังช่วยลดภาวะขาดแคลนน้ำในพื้นที่อื่นๆด้วยหากคนไทย 10 ล้านคน กินข้าวเหลือ 1 ช้อน (11 กรัม) และดื่มน้ำเหลือติดก้นแก้ว (20 ml.) ในหนึ่งมื้อ จะทำให้สูญเสียน้ำ 197,179 ลูกบาศก์เมตร สูญเสียพลังงานไฟฟ้า 15,278 กิโลวัตต์ สูญเสียน้ำมันเชื้อเพลิง 750.97 ลิตร เกิดขยะที่ต้องบำบัด 73.35 ตัน สูญเสียแร่ธาตุที่มีประโยชน์ในดิน 9.12 ตัน และปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก201.37ตันคาร์บอนไดออกไซด์ดังนั้น การรับประทานข้าวไม่หมดจาน จึงเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่าและสูญเปล่า

กินข้าวหมดจานดื่มน้ำหมดแก้วช่วยสร้างสมดุลของการบริโภคและรักษาสิ่งแวดล้อม


1. ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
-                   ลดการใช้ปุ๋ยสารกำจัดศัตรูพืชอาหารสัตว์ในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์
-                   ลดปริมาณการใช้น้ำดิบ
-                   ลดการใช้ที่ดิน
2. ช่วยประหยัดพลังงาน
-                   ลดพลังงานที่ใช้ในการปลูกข้าวปลูกผักและเลี้ยงสัตว์
-                   ลดพลังงานในการประกอบอาหาร
-                   ลดพลังงานในการผลิตไฟฟ้า
-                   ลดพลังงานในการบำบัดของเสีย/น้ำเสีย
3. ช่วยประหยัดน้ำ
-                   ลดปริมาณน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์
-                   ลดปริมาณน้ำในการประกอบอาหารและชำระล้าง
-                    ลดประมาณการใช้น้ำดิบที่กักเก็บไว้
4. ลดมลพิษและปริมาณของเสีย
-                   ลดปริมาณของเสียและมลพิษจากการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์
-                   ลดปริมาณขยะเศษอาหาร 
-                   ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนที่เกิดจากกระบวนการหมักเศษอาหาร
-                   ลดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ


แยกเศษอาหารเพื่อนำไปชั่ง

เศษอาหาร



 จากที่เราได้อธิบายไปในตอนแรกแล้วว่าข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย การที่จะได้มาซึ่งข้าวสารแต่ละเม็ดนั้นต้องผ่านกรรมวิธีการผลิตที่มากมายหลายขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตภาคเกษตรกรรมที่ต้องใช้ทั้งแรงงาน ทุ่มเทแรงกาย ทุกหยาดเหงื่อกว่าจะได้ข้าวเปลือกแต่ละเม็ด แล้วส่งต่อมายังภาคอุตสาหกรรมที่ต้องผ่านกรรมวิธีมากมายกว่าจะได้เป็นข้าวสารที่เรากินอยู่ทุกวัน
จากการที่เราได้ทำโครงการการศึกษาชิ้นนี้ขึ้น เราจะเห็นการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นๆเราได้ทำการจดบันทึก พัฒนาการเปลี่ยนแปลงของน้องๆละอองอุทิศ โดยระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้เข้าไปตรวจสอบดูแลสอดส่องโดยการวัดตวงเศษอาหารและน้ำดื่มที่น้องๆรับประทานและจดบันทึกด้วยตัวเองอยู่เสมอโดยเราได้ใส่ตารางบันทึกเอาไว้ในบทที่ผ่านมา และจากการสังเกตและจดบันทึกเราก็เห็นการพัฒนาที่ดีขึ้นของน้องๆ ทำให้เราคิดว่าการทำโครงการนี้จะสำเร็จไปได้ด้วยดี และน้องๆคงจะปฏิบัติแบบนี้เป็นกิจวัตประจำวัน และถ้าน้องๆทำได้ โครงการชิ้นนี้ของเราก็จะประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง

ข้อเสนอแนะ
ถึงแม้เราจะได้ทำการรณรงค์เรื่องนี้ไปแล้ว แต่ว่าเพื่อความต่อเนื่องและไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด จึงควรที่จะนำไปปฏิบัติต่อๆไปเพราะน้องๆยังเด็กอยู่ดังนั้นจึงต้องปฏิบัติต่อเนื่องกันซ้ำๆโดยอาศัยแรงของคุณพ่อคุณแม่ของน้องๆและคุณครูทุกท่านในโรงเรียนด้วยเช่นกัน





ขอบเขต
สถานที่ : โรงเรียนสาธิตลอออุทิศ แขวง ดุสิต เขต ดุสิต กรุงเทพมหานคร
ระยะเวลา : สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2557
  













วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กิจกรรมนันทนาการ



กิจกรรมนันทนาการ

โครงการป่ากลับมาปลากลับบ้าน
http://www.baimai.org/activities/โครงการป่ากลับมาปลากลั


โครงการป่ากลับมาปลากลับบ้าน ครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 -22เมษายน  2555 ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร (http://www.sirindhornpark.or.th/) เป็นโครงการดีๆที่จัดโดย นิตยสาร GREEN LIVING โดยมีความเชื่อว่าเราสามารถใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ด้วยการลงมือทำในสิ่งเล็กๆน้อยๆอย่างต่อเนื่องมีความเชื่อว่าการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนและผลักดันทางความคิดจะสามารถแปรเปลี่ยนให้เป็นการกระทำได้จึงสร้าง GREEN LIVING Society เพื่อเป็นสื่อกลางในการสร้างแรงบันดาลใจให้ใช้ชีวิตแบบ “รอยเท้าคาร์บอนเป็นศูนย์” (Zero Carbon Footprint Lifestyle) หรือเรียกง่ายๆว่าการใช้ชีวิตแบบสมดุลคาร์บอนคือปล่อยคารฺ์บอนเท่าไหร่ลดคาร์บอนเท่านั้น

http://www.baimai.org/activities/โครงการป่ากลับมาปลากลั

กลุ่มใบไม้ ได้รับเกียรติให้เป็น Green Idol กลุ่มนักกิจกรรมที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ อาสาสมัครกลุ่มใบไม้ได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมนันทนาการ ดนตรีเพื่อสิ่งแวดล้อม และร่วมปลูกป่าชายเลน



อ้างอิงจาก : http://www.baimai.org/activities/โครงการป่ากลับมาปลากลั







รักษาสิ่งแวดล้อม


รักษาสิ่งแวดล้อม
100 วิธีดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
 ภาพโดย : พัทธนันท์ ฤทธิกานนท์

1. ใช้ผ้าแทนกระดาษทิชชู

เราใช้กระดาษทิชชูเช็ดมือ เช็ดหน้า ปีละหลายล้านฟุต ซึ่งหมายถึงการโค่นต้นไม้ลงจำนวนมหาศาลช่วยกันลดการใช้กระดาษทิชชูด้วยการวางผ้ามือไว้ใกล้อ่างล้างมือแล้วใช้ผ้าเช็ดโต๊ะแทนการใช้กระดาษทิชชูเช็ด

2. ใช้ถุงพลาสติกซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

ประหยัดถุงพลาสติกได้โดยการใช้ซ้ำหลาย ๆ ครั้ง หากถุงพลาสติกสกปรกก็ให้ทำความสะอาดแล้วแขวนไว้ให้แห้งเพื่อส่งกลับเข้าโรงงานสำหรับผลิตใหม่

3. แยกทิ้งเศษกระดาษจากขยะอื่น

โปรดหลีกเลี่ยงการทิ้งเศษกระดาษลงในถังกับขยะอื่นๆ เพราะจะทำให้กระดาษเปรอะเปื้อนไขมันและเศษอาหารจะทำให้เศษกระดาษนั้นนำไปผลิตใหม่อีกไม่ได้

4. กระดาษที่นำไปรีไซเคิลไม่ได้

กระดาษที่ไม่สามารถนำไปเข้ากระบวนการผลิตใหม่เป็นกระดาษใช้ได้อีก ได้แก่ กระดาษที่เคลือบด้วยขี้ผึ้ง กระดาษที่เข้าเล่มด้วยกรรมวิธีการละลายโดยใช้ความร้อน เช่น สมุดโทรศัพท์ นิตยสารต่างๆ ตลอดจนกระดาษที่ถูกเปรอะเปื้อนด้วยการชนิดที่ไม่ละลายน้ำ

5. หนังสือพิมพ์สามารถแก้ไขปัญหา ขยะกระดาษ

แหล่งสร้างขยะกระดาษที่สำคัญก็คือหนังสือพิมพ์ หน้าที่เป็นขยะกระดาษโดยผู้อ่านไม่ได้อ่าน ก็คือหน้าโฆษณาธุรกิจ ซึ่งมีอยู่ฉบับละหลายๆ หน้า ซึ่งแม้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหนังสือพิมพ์ แต่ ควรคำนึงว่า นั่นคือการทำลายกระดาษสะอาดและสร้างขยะกระดาษให้เกิดขึ้นจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน

6. เศษหญ้ามีประโยชน์

เศษหญ้าที่ถูกทิ้งอยู่บนสนามนั้น สามารถให้ประโยชน์ต่อสนามหญ้าได้มากเพราะในเศษหญ้านั้น มีธาตุอาหาร ที่มีคุณค่าเทียบเท่ากับปุ๋ยที่ใช้ใส่หญ้าทีเดียว

7. วิธีตัดกิ่งไม้

วิธีการตัดกิ่งก้านของต้นไม้ ไม้พุ่มใบไม้ ควรตัดให้เป็นเศษเล็กเศษน้อยเพื่อช่วยลดเศษขยะให้กับสวนได้และทั้งยังช่วยให้เกิดการเน่าเปื่อยขึ้นกับเศษใบไม้นั้นเร็วขึ้นด้วย

8. ใช้เศษหญ้าคลุมไม้ใหญ่

เศษหญ้าที่ตัดจากสนามและสวนนั้น สามารถนำไปคลุมต้นไม้ใหญ่ได้ การใช้เศษหญ้าปกคลุมพืชในสวนจะช่วยในการกำจัดวัชพืชได้เพราะวัชพืชจะไม่สามารถแทงลำต้นผ่านเศษหญ้าได้ นอกจากนี้เมล็ดของวัชพืชที่ร่วงหล่นก็ไม่อาจหยั่งรากทะลุผ่านเศษใบไม้ได้ด้วย

9. ประโยชน์ของพลาสติกช่วยถนอมอาหาร

พลาสติกทุกชนิดหากถูกไฟไหม้ จะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายได้มีการรณรงค์ให้เลิกใช้พลาสติก แต่จริง ๆ แล้วพลาสติกยังคงมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันโดยเฉพาะพลาสติกมีประโยชน์ในการถนอมอาหารให้สดอยู่ได้ เป็นเวลานาน ๆ

10. พลาสติกรีไซเคิล

ปัจจุบันมีบริษัทกว่า 200 แห่ง ในอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกได้ทำการรีไซเคิลพลาสติก จำนวน 20% จากขวดเครื่องดื่มพลาสติกที่ทำจาก Polyethylene Terephthalate หรือ PET จะถูกนำไปรีไซเคิล เป็นด้ามเครื่องจับไฟฟ้า กระเบื้องปูพื้นเส้นใยสังเคราะห์ในหมอน ถุงนอน หรือใช้บุเสื้อแจ็คเก็ต

11. พลาสติกรีไซเคิล (2)

ภาชนะพลาสติกที่ใส่น้ำผลไม้และนมนั้นทำมาจากพลาสติกชนิด Polyethylene ที่มีความเข้มข้นมากเมื่อใช้แล้วได้ถูกนำมารีไซเคิลทำเป็นท่อพลาสติก กระถางต้นไม้ เก้าอี้พลาสติก

12. วิธีเก็บขวดแก้วที่ใช้แล้ว

ขวดแก้วทุกชนิดที่บรรจุของเมื่อใช้แล้วควรทำความสะอาด และแยกชนิดของแก้ว และแยกสีของแก้วด้วย

13. วิธีเก็บกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้ว

นำกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้วมาบี้ให้แบนก่อนทิ้ง หรือขายแก่คนรับซื้อเศษโลหะ

14. น้ำสะอาดมาจากน้ำใต้ดิน

น้ำสะอาดที่เราใช้ประโยชน์ดื่มกิน ส่วนใหญ่ มาจากน้ำใต้ดิน การทิ้งขยะบนพื้นผิวดินทำให้มีผลถึงน้ำใต้ดิน เพราะน้ำฝนจะชะความเป็นพิษและความโสโครกให้ซึมลงไปถึงชั้นน้ำใต้ดินทำให้น้ำใต้ดินเน่าเสียและเป็นพิษได้

15. วิธีล้างรถยนต์

ล้างรถยนต์ด้วย ฟองน้ำ และใช้ถังน้ำจะใช้น้ำเพียง 15 แกลลอน แต่ถ้าล้างด้วยสายยางจะต้องสูญเสียน้ำถึง 150 แกลลอน

16. ดูแลรักษารถด้วยการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

การดูแลรักษารถจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอได้แก่ การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือและทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนไส้กรองด้วย

17. รักษารถ ด้วยการเปลี่ยนไส้กรอง

ไส้กรองอากาศที่สกปรก จะทำให้การไหลของอากาศที่สะอาดทำได้น้อยลงมีผลต่อการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ด้วย

18. รักษารถ ช่วยลดมลพิษ

การดูแลรักษารถจะทำให้รถสามารถวิ่งได้เพิ่มขึ้นอีก 10% ของจำนวนไมล์ ซึ่งเท่ากับสามารถลดราคาเชื้อเพลิงลงได้ถึง 10% เช่นกัน การลดการใช้เชื้อเพลิงลงก็เท่ากับเป็นการช่วยลดมลพิษทางอากาศให้กับโลกได้ด้วย

19. ยางรถยนต์ ช่วยประหยัดน้ำมัน

การเติมลมยางรถ ให้พอดีและขับรถตามข้อกำหนดความเร็วจะช่วยในการประหยัดน้ำมันได้

20. วิธีป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเครื่อง

การป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเครื่องจากตัวถังรถยนต์สามารถทำได้ด้วยการปิดสลักเกลียวในเครื่องยนต์ทุกตัวให้แน่นโดยเฉพาะในส่วนที่ซึ่งน้ำมันเครื่องรั่วไหลออกไปได้

ช่วยป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเพื่อลดมลพิษให้กับอากาศของเรา

21. ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่

ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อขับรถได้ทุก ๆ ระยะ 3,000-4,000 ไมล์ และควรเลือกใช้ไส้กรองที่ดีที่สุดด้วย

22. การเพิ่มออกซิเจนในน้ำมัน

วิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดมลพิษให้กับรถยนต์ ก็คือการเพิ่มส่วนผสมของออกซิเจนในน้ำมันซึ่งจะช่วยลดปริมาณการเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้เป็นจำนวนมาก

23. อันตรายจากก๊าซเรดอน

ก๊าซเรดอน เป็นก๊าซกัมมันตภาพรังสี มักพบแทรกอยู่ในดินและหินมีคุณสมบัติที่สามารถซึมผ่านขึ้นมาบนผิวดินและกระจายออกสู่อากาศได้โดยผ่านทางรอยร้าวและโพรงของคอนกรีตบล็อค ตามท่อ ก๊าซเรดอนเป็นก๊าซที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ

24. พิษของก๊าซเรดอนต่อร่างกาย

ก๊าซเรดอนเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อของปอด การได้รับสารกัมมันตภาพรังสีจากก๊าซเรดอนติดต่อกันนานกว่า 20-30 ปี จะทำให้เกิดเป็นมะเร็งที่ปอดได้

25. วิธีป้องกันอันตรายจากก๊าซเรดอน

การป้องกันอันตรายจากก๊าซเรดอน ทำได้โดยการไม่สูบบุหรี่ในบ้านหรือในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้น้อย เปิดหน้าต่างให้มีการถ่ายเทระหว่างอากาศภายในบ้านกับอากาศนอกบ้านทุก ๆ วัน

26. ปลูกต้นไม้ในห้องช่วยลดมลพิษ

ปลูกต้นไม้ในห้อง โดยปลูกไม้กระถางผสมถ่านกับดิน ถ่านจะเป็นตัวช่วยดูดซับสารมลพิษและจุลินทรีย์ภายในห้องได้

27. พิษภัยของฝุ่นฝ้าย

ฝุ่นฝ้ายในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบ โดยฝุ่นฝ้ายจะเข้าไปทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกและหัวใจ โปรดป้องกันตนเองจากฝุ่นฝ้ายด้วยการใช้อุปกรณ์ป้องกันในการหายใจ

28. วิธีใช้น้ำยาทำความสะอาดครัวเรือน

มีสารเคมีมากกว่า 63 ชนิด ที่ใช้เป็นส่วนผสมอยู่ในน้ำยาทำความสะอาดครัวเรือน เช่น น้ำยาถูพื้น น้ำยาขัดห้องน้ำ โปรดอ่านคำแนะนำในฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันตัวเองให้พ้นจากพิษภัยอันตราย

29. เก้าอี้พลาสติกรีไซเคิล

เก้าอี้พลาสติกส่วนใหญ่ผลิตขึ้นใหม่จากพลาสติที่ใช้แล้ว เช่น เก้าอี้พลาสติกที่มีขนาดความยาว 6 ฟุต นั้น ทำมาจากถังพลาสติก ที่ใช้บรรจุนมเป็นจำนวนถึง 1,050 ใบ

30. รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มต้นที่ใกล้ตัว

ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้นเราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปจนถึงพื้นที่ป่าใหญ่ เพื่อปลูกป่า แต่เราสามารถเริ่มต้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายได้ในพื้นที่ใกล้บ้านเราเอง

31. พืชท้องถิ่นมีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม

พืชดั้งเดิมของท้องถิ่นมีความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยา และมีความเหมาะสมกับสภาพอากาศและดินมากกว่าพืชที่นำเข้ามาจากที่อื่น ๆ ดังนั้น เราจึงควรต้องช่วยกันป้องกันและอนุรักษ์พืชท้องถิ่นไว้ไม่ให้สูญพันธุ์

32. รถยนต์ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์

ทุก ๆ ปี รถยนต์คันหนึ่ง ๆ จะผลิต ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาสู่บรรยากาศโลกได้ในปริมาณที่มีน้ำหนักเท่ากับตัวรถเอง

33. น้ำมันก๊าซโซลีนเผาไหม้เกิดเป็นคาร์บอนไดออกไซด์

ทุก ๆ แกลลอน ของก๊าซโซลีนในรถยนต์ที่ถูกเผาไหม้จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนถึง 9,000 กรัม กระจายขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลก

34. ปรากฏการณ์เรือนกระจก
ภาพโดย : http://blog.msu.ac.th/?p=5283


การเผาไหม้เชื้อเพลิง จากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด ภาวะปรากฏการณ์เรือนกระจกขึ้น หากสามารถเปลี่ยนไปใช้พลังงานจากแหล่งอื่น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ก็จะช่วยลดอุณหภูมิความร้อนที่เกิดขึ้นกับโลกได้

35. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่แพร่หลายมากที่สุด คือ เครื่องคิดเลขที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งในแต่ละปีผลิตออกจำหน่ายถึงกว่า 2,000,000 เครื่อง

36. การลดการใช้สำคัญกว่าการผลิตใช้ใหม่

การนำของที่ใช้แล้วมาผลิตใช้ใหม่อาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่สำคัญเพราะความสำคัญไม่ได้อยู่ที่วิธีการนำพลาสติกที่ใช้แล้วกลับมาผลิตใช้ใหม่ได้อีกแต่สำคัญตรงที่เราควรจะหาวิธีลดการใช้พลาสติกให้น้อยลงต่างหาก

37. ผักปลอดสารพิษ

เมื่อใดก็ตามที่ได้ลงมือทำสวนครัวด้วยตนเอง เมื่อนั้นเราจึงจะเชื่อมั่นได้อย่างแน่นอนว่าเรากำลังมีโอกาสได้กินพืชผักที่ปลอดจากยาฆ่าแมลงแล้วจริง ๆ

38. สวนสาธารณะของเมือง

สวนสาธารณะนอกจากจะช่วยรักษาพื้นที่สีเขียวแล้วยังทำให้มีพื้นที่โล่งว่างขึ้นในท่ามกลางตึกอาคารสิ่งก่อสร้างที่เติบโตอย่างแออัดในเมืองใหญ่ สวนสาธารณะไม่เพียงจะช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ แต่ยังเป็นสัญญลักษณ์จากธรรมชาติให้ผู้คนได้ตระหนักว่า
เมืองมิใช่เป็นที่ตั้งของถนน อาคารระฟ้า และรถยนต์ เท่านั้น แต่ควรจะเป็นที่อยู่ของธรรมชาติด้วย

39. ดื่มน้ำสะอาดให้หมดแก้ว

ดื่มน้ำสะอาดให้หมดแก้วทุกครั้งอย่าเหลือทิ้ง เพราะน้ำสะอาดมีเหลืออยู่น้อยในโลกนี้และกระบวนการทำน้ำให้สะอาดก็ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา

40. สมุนไพรแก้กลิ่นอับ

ในห้องที่มีกลิ่นอับ ให้ใช้สมุนไพรแห้ง หรือเครื่องหอมจากดอกไม้แห้งห่อด้วยเศษผ้าที่โปร่งบางแขวนไว้ในห้องที่มีกลิ่นอับจะช่วยให้ห้องหายจากกลิ่นอับได้

41. ปิดเตาอบก่อนอาหารสุก

ทุกครั้งที่ปรุงอาหารด้วยเตาอบ ให้ปิดเตาอบก่อนอาหารสุกประมาณ 2-3 นาที เพราะความร้อนในเตาอบจะยังคงมีอยู่อย่างเพียงพอที่จะทำให้อาหารสุก

42. วิธีดูแลรักษาพรม

ดูแลรักษาพรมที่ปูพื้นให้สะอาดด้วยการดูดฝุ่น อย่างสม่ำเสมอ และในการกำจัดกลิ่นพรม ก็จะต้องใช้ผงเบกกิ้งโซดา (Baking Soda) โรยให้ทั่วพื้นพรม แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงทำการดูดฝุ่น จะทำให้พรมปลอดจากกลิ่นได้

43. การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์

การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ ทำได้ด้วยวิธีง่าย ๆ โดยใช้ผ้าบาง ๆ ชุบน้ำผสมสบู่ บิดให้หมาดแล้วใช้เช็ดถูเฟอร์นิเจอร์จากนั้นใช้ผ้าแห้งซ้ำอีกครั้ง

44. กระดาษใช้แล้วนำมาผลิตใช้ใหม่

การนำกระดาษที่ใช้แล้ว กลับมาผลิตใช้ใหม่ ในจำนวนทุก ๆ 1 ตันนั้น เป็นการช่วยอนุรักษ์ต้นไม้ได้ถึง 17 ต้น

45. หมั่นปัดฝุ่นจากหลอดไฟ

ให้หมั่นปัดฝุ่นจากหลอดไฟเสมอ ๆ เพราะฝุ่นและความสกปรกบนส่วนที่เป็นแก้วจะลดความสว่างของแสงที่ส่องจากหลอดไฟ ลงไปถึง 33 เปอร์เซ็นต์ทำให้แสงจากหลอดไฟไม่สว่างเท่าที่ควร

46. คุณค่าของต้นไม้ที่มีอายุกว่า 50 ปี

ต้นไม้ทุกต้นที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป มีคุณค่าในการทำให้อากาศบริสุทธิ์ ควบคุมการกัดเซาะผิวดินและน้ำป่า ปกป้องคุ้มครองชีวิตของสัตว์ป่าและสามารถควบคุมมลภาวะในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

47. ต้นไม้ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ต้นไม้ที่อยู่ในสภาพสภาวะสมบูรณ์ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศได้ถึง 40 ปอนด์ ในเวลา 1 ปี

48. พลังงานจากแก้วรีไซเคิล

พลังงานที่ได้จากการนำแก้วที่ใช้แล้วมาผลิตใช้ใหม่ 1 ใบ นั้น เทียบได้เท่ากับพลังงานของหลอดไฟ 60 วัตถ์ ที่ส่องสว่างได้เป็นเวลานานถึง 4 ชั่วโมง

49. พลังงานจากกระป๋องรีไซเคิล

พลังงานที่ได้จากการนำกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้วมาผลิตใช้ใหม่ 1 ใบนั้น เทียบเท่าได้กับพลังงานแสงสว่างที่ใช้กับทีวีเป็นเวลานานถึง 3 ชั่วโมง

50. เวลาที่ควรรดน้ำต้นไม้

การรดน้ำต้นไม้ระหว่างเวลา 9 โมงเช้า จนถึง 5 โมงเย็น ปริมาณน้ำที่รดจะสูญเสียไปในการระเหยมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนน้ำที่รด ดังนั้นเวลาที่ควรรดน้ำต้นไม้ที่ดีที่สุด คือ เวลา หลัง 6 โมงเย็น หรือก่อน 9 โมงเช้า

51. เงาต้นไม้ประหยัดพลังงาน

เงาของต้นไม้ช่วยลดความต้องการเครื่องปรับอากาศลงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และในฤดูร้อนต้นไม้จะทำให้เมืองเย็นลงถึง 15 เปอร์เซ็นต์

52. คุณทำอย่างไรกับใบไม้ที่กวาดแล้ว

การเผาเศษใบไม้ทุก ๆ 1 ตัน จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ถึง 117 ปอนด์ ฝุ่น 41 ปอนด์ และคาร์ซิโนเจน 7 ปอนด์ หรือมากกว่านั้น เศษใบไม้ที่กวาดแล้วควรนำมาทำปุ๋ยหมักหรือสุมไว้โคนต้นไม้ เพื่อให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยต่อไป

53. หลอดไฟฟ้าประหยัดพลังงาน

การใช้หลอดไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงาน 1 หลอด แทนการใช้หลอดไฟฟ้าแบบฟลูออเรสเซนต์จะช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นปริมาณเท่ากับ ถ่านหินหนัก 600 ปอนด์ ตลอดชั่วอายุของหลอดไฟฟ้าตลอดนั้น

54. วิธีลดมลพิษจากรถยนต์

วิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดมลพิษจากรถยนต์ก็คือการเพิ่มส่วนผสมของออกซิเจนในน้ำมัน การเพิ่มออกซิเจนในน้ำมันก็เพื่อช่วยลดปริมาณการเกิดของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ให้ลดน้อยลง

55. ทำอย่างไรกับน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว

น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วจากรถยนต์ จะก่อมลภาวะให้เกิดกับแหล่งน้ำและผิวดินได้หากมีการกำจัดที่ไม่เหมาะสม ทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้ถ่ายเทน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วลงในภาชนะที่ปิดฝาแล้วส่งคืนให้กับสถานีบริการ

56. มลพิษจากเตาแก๊ส

แหล่งมลพิษของอากาศในบ้านที่สำคัญ ก็คือเตาแก๊สในห้องครัวที่ไม่มีช่องหรือระบบระบายอากาศจะเป็นแหล่งสะสมของก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เกิดจากเตาแก๊ส สารมลพิษในห้องครัวจะลดลงได้ด้วยการระบายอากาศที่ดี

57. วิธีปลูกต้นไม้ในอาคาร

การปลูกต้นไม้ไว้ในอาคาร วิธีการที่เหมาะสมคือการปลูกลงในกระถางที่ผสมถ่านกับดินไว้ด้วยกัน ถ่านจะเป็นตัวช่วยดูดซับสารมลพิษและจุลินทรีย์ได้

58. ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ

ในอาคารที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จะต้องทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศบ่อย ๆ และไม่ควรใช้ยากำจัดกลิ่นหรือแอร์เฟรชเชอเนอร์

59. ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน

ทุกครั้งก่อนจะเข้าบ้าน ต้องถอดรองเท้าไว้ที่หน้าประตูบ้านจะต้องไม่ใส่รองเท้าเข้าบ้าน เพราะพื้นรองเท้าเป็นที่รวมของสารพิษทั้งหลายที่เราไปเหยียบย่ำมาจากที่ต่าง ๆ

60. สัดส่วนของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ

โดยสัดส่วนความสมดุลย์ของธรรมชาติจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อยู่เป็นประมาณ 0.03% ของบรรยากาศ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำหน้าที่ดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์ไว้ทำให้โลกมีความอบอุ่นที่พอเหมาะ

61. ทำไมโลกจึงร้อนขึ้น

กิจกรรมทั้งหลายของมนุษย์ได้เป็นสาเหตุของการเพิ่มความร้อนให้กับโลก ได้แก่ การเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง การเผาป่าเขตร้อนของโลกได้ทำให้ปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ในบรรยากาศ โลกจึงร้อนขึ้น

62. วิธีหยุดความร้อนให้กับโลก

เราสามารถหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยการลดการใช้พลังงานที่ก่อให้เกิดความร้อนให้น้อยลง และต้องหยุดการเผาทำลายป่าลงให้ได้ ณ ทุกหนทุกแห่งของพื้นพิภพนี้

63. ปลูกป่าเพื่อให้โลกร่มเย็น
ภาพโดย : www.manager.co.th


เพื่อให้โลกเย็นลงเราทุกคนจะต้องช่วยกันปลูกป่าคลุมพื้นที่ว่างเปล่าให้ได้มากที่สุดเพราะป่าเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดีที่สุดของโลก

64. สารอันตรายในถ่านอัลคาไลน์

ถ่านอัลคาไลน์เป็นถ่านที่ใช้ใส่กล้องถ่ายรูป ไฟฉาย นาฬิกา เครื่องคิดเลขที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้งจัดเป็นของเสียที่เป็นอันตรายเพราะมีส่วนประกอบของสารอันตราย ได้แก่ แมงกานีส สังกะสี และปรอท

65. การเลือกใช้ถ่านแคดเมี่ยมแทนถ่านอัลคาไลน์

ควรเลือกใช้ถ่านชาร์ท Ni-Cd, Ni-Mh, Li-ion แทนการใช้ถ่านอัลคาไลน์ เพราะถ่านชาร์ท Ni-Cd, Ni-Mh, Li-ion เมื่อใช้หมดแล้วสามารถนำมาชาร์ตไฟใหม่ใช้ได้อีกในขณะที่ถ่านอัลคาไลน์ใช้ได้เพียงครั้งเดียวก็ต้องทิ้ง

66. อ่านคำอธิบายก่อนใช้

ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีอันตรายควรอ่านคำอธิบายให้เข้าใจก่อนใช้ทุกครั้ง และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของตัวเอง

67. การเลือกซื้ออาหารกระป๋อง

ทุกครั้งที่เลือกซื้ออาหารกระป๋องจะต้องตรวจหาวันหมดอายุที่บอกไว้บนภาชนะบรรจุสินค้านั้น ๆ และควรซื้ออาหารกระป๋องที่ยังไม่หมดอายุเท่านั้น

68. อันตรายจากอาหารกระป๋องที่หมดอายุ

อย่าซื้ออาหารกระป๋องที่หมดอายุแล้วเพราะอาหารกระป๋องที่หมดอายุแล้วจะเป็นสาเหตุของพิษภัยอันตรายต่อร่างกาย เช่น มะเร็งที่ตับ โปรดระมัดระวังทุกครั้งที่ซื้ออาหารกระป๋อง เพราะที่หมดอายุแล้วมักถูกนำมาลดราคาให้ถูกนำชวนซื้อ

69. แอมโมเนียในน้ำยาซักล้าง

ในน้ำยาซักล้างทุก ๆ ชนิด เช่น น้ำยาล้างกระจก น้ำยาย้อมผม น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ จะมีส่วนประกอบของแอมโมเนียอยู่ด้วย โปรดใช้อย่างระมัดระวังทุกครั้งเพราะแอมโมเนียมีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ

70. สารฟอร์มาลดีไฮด์

ในไม้อัด เสื้อผ้าใหม่ ๆ และน้ำยาล้างเล็บ จะมีสารฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารประกอบอยู่ด้วย สารฟอร์มาลดีไฮด์จะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ฉะนั้นโปรดระมัดระวังทุกครั้งที่ใช้

71. บรรจุภัณฑ์ถนอมอาหาร

มีอาหารไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ที่ต้องอาศัยบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยในการถนอมอาหารเพื่อรักษาความกรอบของอาหารบรรจุภัณฑ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการห่อหุ้มอาหาร

72. บรรจุภัณฑ์ที่ฟุ่มเฟือย

ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ได้ถูกนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยจนเกินความจำเป็นและได้กลายเป็นขยะจำนวนมหาศาล ฉะนั้นโปรดช่วยกันลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ด้วยการไม่ซื้อสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น

73. ผลิตภัณฑ์เข้มข้นช่วยลดขยะบรรจุภัณฑ์ได้

ผลิตภัณฑ์บางชนิดที่พัฒนาการผลิตให้เข้มข้นซึ่งผู้บริโภคสามารถนำไปเจือจางก่อนใช้เป็นการช่วยลดปริมาณขยะจากบรรจุภัณฑ์ได้

74. ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษแทนการใช้พลาสติกและโฟม

ปัจจุบันมีการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษเพื่อใช้บรรจุอาหารแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกและโฟม เช่น กล่องบรรจุน้ำผลไม้ นม เป็นต้น

75. บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้

ควรเลือกซื้อสินค้าที่บรรจุในภาชนะที่สามารถนำกลับไปผลิตใช้ได้ใหม่ดีกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวแล้วต้องทิ้ง

76. ควรเลือกซื้อสินค้าที่บรรจุกระป๋องอลูมิเนียมและแก้ว

ควรเลือกซื้อสินค้าที่บรรจุในกระป๋องอลูมิเนียมหรือแก้วแทนสินค้าที่บรรจุในภาชนะพลาสติกและโฟมเพราะอลูมิเนียมและแก้วสามารถนำกลับไปผลิตใช้ได้ใหม่อีก

77. การเลือกซื้อ

ไม่ควรเลือกซื้อสินค้าที่ถูกบรรจุหรือหุ่มหุ้มด้วยบรรจุภัณฑ์ ที่ฟุ่มเฟือยมากเกินไป

78. ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดเข้มข้น

ควรซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดเข้มข้นแล้วนำไปเจือจางเองโดยการเติมน้ำก่อนใช้เป็นการประหยัดภาชนะบรรจุได้

79. ซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็น

ควรเลือกซื้อสินค้าเท่าที่ต้องการและใช้ให้หมด

80. สินค้าปลอดสารพิษ

ควรเลือกซื้อสินค้าที่ปลอดสารพิษเท่านั้นทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและสุขภาพร่างกายของตัวท่านเอง

81.คุณสมบัติของสารละลาย

สารละลายเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการละลายวัตถุอื่น ๆ โดยปรกติแล้วสารละลายนี้จะอยู่ในรูปของเหลว เช่น ผสมอยู่ในทินเนอร์ที่ใช้ผสมสีและอยู่ในแลคเกอร์

82. วิธีป้องกันอันตรายจากสารละลาย

ส่วนประกอบของสารเคมีในสารละลาย เป็นอันตรายโดยตรงต่อดวงตา ผิวหนังและปอด ทุกครั้งที่ต้องใช้สารละลายควรจะต้องแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว สวมถุงมือ ใส่แว่นตา และใช้สารละลายในที่ที่เปิดโล่งเท่านั้น

83. ในห้องปรับอากาศควรระบายอากาศ

ในห้องปรับอากาศควรเปิดหน้าต่างให้อากาศระบายได้ในบางช่วงและควรเปิดพัดลมดูดอากาศด้วยทุกครั้งที่เปิดแอร์

84. ผลิตภัณฑ์อันตรายไม่ควรทิ้งลงแม่น้ำ

ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายได้แก่ผลิตภัณฑ์ที่ติดไฟ น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำยาละลายสี ผลิตภัณฑ์ที่เป็นกรด น้ำยาทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ที่เป็นพิษ เช่น ยากำจัดศัตรูพืช เมื่อใช้แล้วต้องมีวิธีกำจัดที่ถูกต้องและต้องไม่ทิ้งลงแม่น้ำ

85. สารอันตรายไดออกซิน

สารพิษที่มีอันตรายมากที่สุดที่เป็นส่วนประกอบของยาฆ่าแมลงคือ ไดออกซิน ไดออกซินแม้เพียงจำนวนเล็กน้อยก็เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้จึงไม่ควรใช้ยากำจัดศัตรูพืชที่มีส่วนผสมของไดออกซิน

86. อันตรายจากเบนซิน

เบนซินเป็นตัวทำละลายที่มีพิษต่อร่างกายที่รุนแรงที่สุด คือ เป็นต้นเหตุของการป่วยเป็นโรคลูคีเมียและทำลายไขกระดูก

87. ช่วยกันปลูกต้นไม้อีก 5 เท่าจึงจะเพียงพอ

ในปริมาณการใช้ไม้และจำนวนพื้นที่ป่าไม้ที่ลดลงในปัจจุบันนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกต้นไม้โตเร็วมากกว่าที่ปลูกอยู่ในปัจจุบันมากถึง 5 เท่า จึงจะเพียงพอกับการใช้ประโยชน์ในอนาคต

88. ไฮโดรเจนคือพลังงานทดแทน

ไฮโดรเจนเป็นพลังงานทดแทนที่ได้มาจากการแยกละลายสาร เช่น ไฟฟ้าจากน้ำ ไฮโดรเจนจัดเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดและไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศด้วย

89. รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

โลกได้ผลิตรถยนต์ชนิดใหม่เพื่อลดมลพิษให้กับท้องถนนรถยนต์ที่ผลิตขึ้นใหม่นี้ขับเคลื่อนโดยขบวนการเปลี่ยนไฮโดรเจนเหลวให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ต้องผ่านขบวนการเผาไหม้

90. ลักษณะของรถยนต์พลังงานไฮโดรเจนเหลว

รถยนต์พลังงานไฮโดรเจนเหลวนี้มีลักษณะเดียวกับรถไฟฟ้าแต่แตกต่างกันตรงที่มีถังเก็บไฮโดรเจนเหลวแทนแบตเตอรี่ปัจจุบันพลังงานไฮโดรเจนเหลวกำลังได้รับการพัฒนารูปแบบเพื่อที่จะนำมาใช้บนท้องถนนแล้ว

91. รถยนต์พลังงานไฮโดรเจนเหลวไม่ก่อมลพิษ

รถยนต์พลังงานไฮโดรเจนเหลวไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมเพราะไฮโดรเจนเหลวที่ใช้กับตัวรถได้มาจากแหล่งที่สะอาด

92. หลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์

หลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์เป็นหลอดไฟฟ้าที่สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 75% และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดแบบขดลวดถึง 10 เท่า

93. วิธีลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับโลก

หากเราเผาถ่านให้น้อยลงและเผาพลาญน้ำมันให้น้อยลง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกขึ้นกับโลกก็จะลดน้อยลง

94. ขยะกระดาษ
ภาพโดย : Baramee Temboonkiat/Greenpeace


ทุก ๆ อาทิตย์เราทิ้งกระดาษลงตระกร้าขยะมากถึง 1,000 ตัน แต่มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 ที่กระดาษเหล่านั้นถูกนำกลับมาผลิตใช้ได้ใหม่อีก

95. อันตรายจากสีทาบ้าน

ในสีน้ำมันที่ใช้ทาบ้านนั้นมีส่วนประกอบของแคดเมี่ยมและไททาเนี่ยมออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอนซึ่งเป็นสารที่มีอันตรายดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารอันตรายควรใช้สีน้ำในการทาสีบ้าน

96. การเติมลมยางรถช่วยประหยัดน้ำมัน

ในการบำรุงรักษารถ การเติมยางรถที่พอดีจะช่วยในการประหยัดน้ำมันได้ การเติมลมยางรถถ้าเติมอ่อนเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5 ตามการหมุนรอบของวงล้อที่เพิ่มขึ้น

97. เติมลมยางรถช่วยยืดอายุยางรถยนต์

การเติมลมยางรถยนต์ที่พอเหมาะพอดียังช่วยยืดอายุการใช้งานช่วยป้องกันไม่ให้ยางรถยนต์ฉีกขาดได้ง่ายจากสาเหตุที่เติมลมอ่อนหรือแข็งเกินไปอีกด้วย

98. เตาไมโครเวฟประหยัดไฟกว่าเตาอบ

การใช้เตาไมโครเวฟ จะช่วยประหยัดพลังงานจากไฟฟ้ามากกว่าเตาอบถึง 1-2 เท่า

99. ถ่านไฟฉายที่ชาร์ตไฟใหม่ได้ประหยัดกว่าถ่านไฟฉายธรรมดา

ถ่านไฟฉายที่ชาร์ตไฟได้ใหม่นั้นแม้จะมีส่วนประกอบของแคดเมี่ยม แต่ก็มีอายุการใช้งานได้นานกว่าถ่านไฟฉายแบบธรรมดาถึง 500 เท่า และช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านธรรมดาได้มากที่สุด

100. อันตรายจากน้ำยาปรับอากาศ


ในน้ำยาปรับอากาศแอร์รีเฟรชเชอเนอร์นั้นมีส่วนประกอบของสารเคมีประเภทอเทอนอล ไซลีน ซึ่งเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์


ที่มา : http://www.school.net.th/library/snet6/envi2/subwater/sub.htm