โครงการกินข้าวหมดจาน ดื่มน้ำหมดแก้ว
โครงการ กินข้าวหมดจาน ดื่มน้ำหมดแก้ว
ผู้จัดทำ นักศึกษาหลักสูตรสิ่งแวดล้อมเมืองและอุตสาหกรรม
ชั้นปีที่ 2 หลักสูตรสิ่งแวดล้อมเมืองและอุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต
อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.พุทธิธร แสงรุ่งเรือง
บทคัดย่อ
การทำโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กกินข้าวหมดจาน
ดื่มน้ำหมดแก้วและให้เด็กเห็นความสำคัญของอาหารทุกมื้อเพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารและพลังงานที่เพียงพอในการเรียนรู้ตลอดวัน
โดยศึกษาจากโรงเรียนลอออุทิศ ชั้นประถมศึกษาที่ 4 จำนวน67 คน และอนุบาล 23 คน โดยเป็นการทดสอบและการสังเกตเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีการแบ่งออกเป็นกลุ่มเปรียบเทียบ
โดยจะเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นจากทั้งสองกลุ่มหรือมากกว่า เพื่อนำมาเปรียบเทียบ
โดยในการทดสอบครั้งนี้ ใช้น้ำหนักของเศษอาหารและน้ำที่เหลือในแต่ละครั้งเป็นตัววัด
มีการแยกเศษอาหารใส่ถัง แยกห้องไว้ โดยการชั่งน้ำหนักใช้เครื่องชั่งน้ำหนัก
น้ำหนักของเศษอาหารแต่ละครั้ง จะถูกรวบรวมตามน้ำหนักจริง
จากผลการสังเกตจะเห็นได้ว่า ปริมาณอาหารที่ให้แต่ละวันแก่เด็กอนุบาลกับเด็กประถมศึกษาปริมาณอาหารไม่เท่ากัน จากการบันทึกผล วันที่ 8 สิงหาคม 2557 ชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 4/1เหลือเป็นปริมาณที่มากสุด และชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 น้อยที่สุด ปริมาณอาหารที่เหลือ 0.53 kg., 0.25 kg. ตามลำดับ วันที่ 13 สิงหาคม 2557 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 เหลือปริมาณมากที่สุด และชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 เหลือน้อยที่สุด ปริมาณอาหารที่เหลือ 0.48 kg. ,0.35 kg. ตามลำดับ วันที่ 22 สิงหาคม 2557 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 เหลือเป็นปริมาณมากที่สุด และชั้นอนุบาลเหลือน้อยที่สุด ปริมาณอาหารที่เหลือ 0.40 kg. ,0.33 kg. ตามลำดับ วันที่ 29 สิงหาคม 2557 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 เหลือปริมาณมากที่สุด และชั้นอนุบาลเหลือน้อยที่สุด ปริมาณอาหารที่เหลือ 0.37 kg. ,0.27 kg. จากการบันทึกผลการทดลองทั้ง 4 ครั้ง จะเห็นได้ว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 มีจำนวนอาหารที่กินเหลือมากที่สุดรองลงมาเป็นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 อนุบาลและชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2
จากการที่เราได้ทำโครงการการศึกษาชิ้นนี้ขึ้น
เราจะเห็นการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นๆเราได้ทำการจดบันทึก
พัฒนาการเปลี่ยนแปลงของน้องๆละอองอุทิศ
โดยระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้เข้าไปตรวจสอบดูแลสอดส่องโดยการวัดตวงเศษอาหารและน้ำดื่มที่น้องๆรับประทานและจดบันทึกด้วยตัวเองอยู่เสมอโดยเราได้ใส่ตารางบันทึกเอาไว้ในบทที่ผ่านมา
และจากการสังเกตและจดบันทึกเราก็เห็นการพัฒนาที่ดีขึ้นของน้องๆ
ทำให้เราคิดว่าการทำโครงการนี้จะสำเร็จไปได้ด้วยดี และน้องๆคงจะปฏิบัติแบบนี้เป็นกิจวัตประจำวัน
และถ้าน้องๆทำได้ โครงการชิ้นนี้ของเราก็จะประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง
แต่งตัวเป็นผู้พิทักษ์น้ำและผู้พิทักษ์เพื่อเชิญชวนให้น้องๆกินข้าว
แต่งตัวเป็นผู้พิทักษ์น้ำเชิญชวนให้น้องๆกินข้าว
ผู้พิทักษ์น้ำเชิญชวนให้น้องๆกินข้าว
ให้น้องๆแยกเศษอาหาร
ข้าว
อาหารหลักของคนไทยมีขั้นตอนและกระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพยากร
พลังงานและมลพิษมากมาย ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ปลูกข้าว การไถ การหว่าน การใส่ปุ๋ย
การกำจัดศัตรูพืช การให้น้ำ การเก็บเกี่ยว การนวด
ไปจนถึงการสีข้าวและการขนส่งสู่มือผู้บริโภค ซึ่งมีกระบวนการ ขั้นตอนที่ยุ่งยาก
ซับซ้อนและใช้พลังงานอย่างมาก ปกติข้าวเปลือก 100 กิโลกรัม
เมื่อผ่านการขัดสีจะได้ข้าวสารเพียง 48 กิโลกรัมเท่านั้น
โดยมีผลพลอยได้จากการผลิต คือ ปลายข้าว รำ และแกลบ
และเมื่อข้าวสารมาถึงมือผู้บริโภคแล้ว ยังต้องผ่านการทำความสะอาดและหุงให้เป็นข้าวสวย
ซึ่งต้องใช้ทั้งน้ำและพลังงานไฟฟ้า
กว่าจะมาเป็นข้าว
ข้าวสวยหอมๆนุ่มที่เรารับประทานกันอยู่นี้
มีขั้นตอนและกระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพยากร พลังงานและมลพิษมากมาย
ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ปลูกข้าว การไถ การหว่าน การใส่ปุ๋ย การกำจัดศัตรูพืช
การให้น้ำ การเก็บเกี่ยว การนวด ไปจนถึงการสีข้าวและการขนส่งสู่มือผู้บริโภค
ซึ่งมีกระบวนการ ขั้นตอนที่ยุ่งยาก ซับซ้อนและใช้พลังงานอย่างมาก
ซึ่งโดยปกติข้าวเปลือก 100 กิโลกรัม
เมื่อผ่านการขัดสีจะได้ข้าวสารเพียง 48 กิโลกรัมเท่านั้น
โดยมีผลพลอยได้จากการผลิต คือ ปลายข้าว รำ และแกลบ
และเมื่อข้าวสารมาถึงมือผู้บริโภคแล้ว ยังต้องผ่านการทำความสะอาดและหุงให้เป็นข้าวสวย
ซึ่งต้องใช้ทั้งน้ำและพลังงานไฟฟ้า ดังนั้น การรับประทานข้าวไม่หมดจาน
จึงเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่าและสูญเปล่า
กินข้าวหมดจานช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
การบริโภคที่พอดีในแต่ละมื้อ ไม่ตักข้าวและกับข้าวในปริมาณที่มากจนเกินไป
จะช่วยลดปริมาณข้าวสาร ผัก และเนื้อสัตว์ที่ใช้ในการประกอบอาหาร
ลดการใช้พลังงานและน้ำในการประกอบอาหาร การชำระล้างและการกำจัดของเสีย
อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (มีเทน และคาร์บอนไดออกไซด์)
ที่จะเกิดขึ้นการย่อยสลายของเศษอาหาร
กว่าจะมาเป็นน้ำดื่มสะอาด
น้ำสะอาดที่เราดื่มกินในทุกวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเช่นกัน
ได้แก่ น้ำดิบ สารเคมี และพลังงานที่ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพ การผลิตน้ำสะอาด
และการบำบัดน้ำเสีย รวมถึงกระบวนการบรรจุขวดและการขนส่งในกรณีของน้ำดื่มบรรจุขวด
ดื่มน้ำหมดแก้วช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างไร?
การจัดเตรียม/ เทน้ำดื่มที่พอดีในแต่ละครั้ง
จะช่วยลดปริมาณน้ำดิบ พลังงาน และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตน้ำดื่ม
อีกทั้งยังช่วยลดพลังงานที่ใช้ในการบำบัดน้ำทิ้งจำนวนมหาศาล อีกทั้ง
ยังช่วยลดภาวะขาดแคลนน้ำในพื้นที่อื่นๆด้วยหากคนไทย 10 ล้านคน กินข้าวเหลือ 1 ช้อน
(11 กรัม) และดื่มน้ำเหลือติดก้นแก้ว (20 ml.) ในหนึ่งมื้อ จะทำให้สูญเสียน้ำ 197,179 ลูกบาศก์เมตร
สูญเสียพลังงานไฟฟ้า 15,278 กิโลวัตต์
สูญเสียน้ำมันเชื้อเพลิง 750.97 ลิตร เกิดขยะที่ต้องบำบัด 73.35
ตัน สูญเสียแร่ธาตุที่มีประโยชน์ในดิน 9.12 ตัน
และปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก201.37ตันคาร์บอนไดออกไซด์ดังนั้น
การรับประทานข้าวไม่หมดจาน จึงเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่าและสูญเปล่า
กินข้าวหมดจานดื่มน้ำหมดแก้วช่วยสร้างสมดุลของการบริโภคและรักษาสิ่งแวดล้อม
1. ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
-
ลดการใช้ปุ๋ยสารกำจัดศัตรูพืชอาหารสัตว์ในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์
-
ลดปริมาณการใช้น้ำดิบ
-
ลดการใช้ที่ดิน
2. ช่วยประหยัดพลังงาน
-
ลดพลังงานที่ใช้ในการปลูกข้าวปลูกผักและเลี้ยงสัตว์
-
ลดพลังงานในการประกอบอาหาร
-
ลดพลังงานในการผลิตไฟฟ้า
-
ลดพลังงานในการบำบัดของเสีย/น้ำเสีย
3. ช่วยประหยัดน้ำ
-
ลดปริมาณน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์
-
ลดปริมาณน้ำในการประกอบอาหารและชำระล้าง
-
ลดประมาณการใช้น้ำดิบที่กักเก็บไว้
4. ลดมลพิษและปริมาณของเสีย
-
ลดปริมาณของเสียและมลพิษจากการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์
-
ลดปริมาณขยะเศษอาหาร
-
ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนที่เกิดจากกระบวนการหมักเศษอาหาร
-
ลดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ
แยกเศษอาหารเพื่อนำไปชั่ง
เศษอาหาร
จากที่เราได้อธิบายไปในตอนแรกแล้วว่าข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย การที่จะได้มาซึ่งข้าวสารแต่ละเม็ดนั้นต้องผ่านกรรมวิธีการผลิตที่มากมายหลายขั้นตอน
ไม่ว่าจะเป็นการผลิตภาคเกษตรกรรมที่ต้องใช้ทั้งแรงงาน ทุ่มเทแรงกาย
ทุกหยาดเหงื่อกว่าจะได้ข้าวเปลือกแต่ละเม็ด
แล้วส่งต่อมายังภาคอุตสาหกรรมที่ต้องผ่านกรรมวิธีมากมายกว่าจะได้เป็นข้าวสารที่เรากินอยู่ทุกวัน
จากการที่เราได้ทำโครงการการศึกษาชิ้นนี้ขึ้น
เราจะเห็นการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นๆเราได้ทำการจดบันทึก
พัฒนาการเปลี่ยนแปลงของน้องๆละอองอุทิศ
โดยระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้เข้าไปตรวจสอบดูแลสอดส่องโดยการวัดตวงเศษอาหารและน้ำดื่มที่น้องๆรับประทานและจดบันทึกด้วยตัวเองอยู่เสมอโดยเราได้ใส่ตารางบันทึกเอาไว้ในบทที่ผ่านมา
และจากการสังเกตและจดบันทึกเราก็เห็นการพัฒนาที่ดีขึ้นของน้องๆ
ทำให้เราคิดว่าการทำโครงการนี้จะสำเร็จไปได้ด้วยดี
และน้องๆคงจะปฏิบัติแบบนี้เป็นกิจวัตประจำวัน และถ้าน้องๆทำได้ โครงการชิ้นนี้ของเราก็จะประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง
ข้อเสนอแนะ
ถึงแม้เราจะได้ทำการรณรงค์เรื่องนี้ไปแล้ว
แต่ว่าเพื่อความต่อเนื่องและไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด จึงควรที่จะนำไปปฏิบัติต่อๆไปเพราะน้องๆยังเด็กอยู่ดังนั้นจึงต้องปฏิบัติต่อเนื่องกันซ้ำๆโดยอาศัยแรงของคุณพ่อคุณแม่ของน้องๆและคุณครูทุกท่านในโรงเรียนด้วยเช่นกัน
ขอบเขต
สถานที่ : โรงเรียนสาธิตลอออุทิศ แขวง ดุสิต เขต ดุสิต กรุงเทพมหานคร
ระยะเวลา : สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2557







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น