วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กีฬากับสิ่งแวดล้อม

          
            กีฬากับสิ่งแวดล้อม







      การแข่งขันกีฬาใหญ่ต่างๆเช่น โอลิมปิก,ฟุตบอลโลก,ฟุตบอลยูโร หรือ กีฬาระดับประเทศ และภูมิภาคนั้น จัดขึ้นเพื่อความปลองดอง และ ส่งผลทางเศรษฐกิจอย่างมาก แต่หารู้ไม่ว่าการจัดกีฬานั้นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน ซึ่งเราอาจจะไม่ทราบว่ามันส่งผลได้อย่างไรทั้งๆที่2เรื่องนี้แทบจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย

โดยผลการศึกษาของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee: IOC) ในปี ค.ศ. 2005 พบว่าการจัดการแข่งขันกีฬาอาจจะก่อให้เกิดมลภาวะทางน้ำ เสียง ดิน อากาศ และอาจส่งผลกระทบต่อ สุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทรัพยากร และพลังงาน อันเนื่องมาจากขยะและของเสียที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน

ขยะจากผู้เข้าชม การแข่งกีฬา
ภาพโดย : Source: http://www.dispatch.com/content/stories/local/2011/09/04/game-plan-for-trash-a-tossup.html
ด้านรายงานการวิจัยของนาย ชาร์ลส ชมิดท์ (Schmidt, 2006) เมื่อปี ค.ศ. 2006 ที่ได้ผลลัพธ์สอดคล้องกับรายงานของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล โดยผลการวิจัยระบุว่าการจัดการแข่งขันกีฬาก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหลากหลายส่วน เช่น จากการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่และระบบนิเวศเดิมให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับจัดแข่งขัน การใช้พลังงานซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาล และขยะจำนวนมาก อย่างเช่น การแข่งขันกีฬาอเมริกันฟุตบอลหรือซุปเปอร์โบว์ลในปี ค.ศ. 2006 ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากถึง 500 ตันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในขณะที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เอเธนส์ ในปี ค.ศ. 2004 เกิดก๊าซเรือนกระจกถึง 5 แสนตันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในเวลาสองสัปดาห์ หรือเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเมืองที่มีพลเมือง 1 ล้านคนในระยะเวลาเท่ากัน ส่วนฟุตบอลโลกในปี ค.ศ. 2006 มีการใช้พลังงานในการจัดการแข่งขันทั้งหมดถึง 3 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง หรือเทียบเท่ากับการใช้พลังงานของครอบครัวคนในยุโรปถึง 700 ครัวเรือนด้วยกัน นอกจากนั้นยังสร้างขยะอีกกว่า 10,000 กิโลกรัม จะเห็นว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจะเพิ่มขึ้นตามขนาดของการจัดแข่งขันกีฬา ถ้าเป็นรายการใหญ่และมีผู้เข้าร่วมมากผลกระทบยิ่งสูง

ภาพโดย : Olympic Movement Agenda 21, 1994



    แต่ใช่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนิ่งดูดาย เพราะคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้ร่วมมือกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) จัดทำคู่มือการจัดแข่งขันกีฬาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Olympic Movement Agenda 21: Sport for sustainable development ขึ้นในปี ค.ศ. 1994 เนื้อหาของคู่มือนี้พัฒนามาจากผลการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ที่ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในปี ค.ศ. 1992 ที่รณรงค์ให้ประเทศสมาชิกหันมาตื่นตัวและใส่ใจกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรมากขึ้น โดยนอกจากจะเน้นย้ำไปที่การพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศที่จัดการแข่งขันแล้ว ยังให้ความสำคัญกับ การอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเพิ่มบทบาทในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะ ด้านสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังประกาศให้สิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในสามคุณค่าหลักของโอลิมปิกนิยม (the third pillars of Olympism) ร่วมกับคุณค่าด้านกีฬาและวัฒนธรรม
ภาพโดย : http://news.bbc.co.uk/local/london/hi/people_and_places/newsid_8380000/8380518.stm

อย่างไรก็ดี การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่นำเอาแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเข้ามาใช้ คือ โอลิมปิกที่บาร์เซโลน่า ในปี ค.ศ. 1992 โดยผู้จัดการแข่งขันได้นำเอาแนวคิด การออกแบบสีเขียวมาใช้ในการก่อสร้างหมู่บ้านนักกีฬา และหลังจากที่มีการจัดทำคู่มือการแข่งขันกีฬาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนออกมาแล้ว ซิดนีย์ก็ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี ค.ศ. 2000 จากแผนที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ภาพโดย : ndependent Environmental Assessment: Beijing 2008 Olympic Games, UNEP, 2009
ต่อมาคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้เพิ่มดีกรีความยั่งยืนในวงการกีฬาให้เข้มข้นมากขึ้น ด้วยการเซ็นข้อตกลงร่วมมือกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติว่าด้วย การจัดกิจกรรมที่เสริมสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อมในการแข่งขันกีฬาให้กับประชาชนรวมทั้งยังจัดตั้งคณะกรรมการกีฬาและสิ่งแวดล้อม (Sport and Environment Commission) เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในการแข่งขันกีฬาขึ้นมาโดยเฉพาะ ทำให้ผู้ที่ต้องการยื่นประมูลขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ต้องให้ความสนใจประเด็นด้านความยั่งยืนและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการจัดการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น
ชาวญี่ปุ่นช่วยกัน เก็บขยะ หลังจบการแข่งขันฟุตบอล
ภาพโดย : ใหม่ เมืองเอก
ดังจะเห็นได้ว่าในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ในปี ค.ศ. 2004 และการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ตูริน ประเทศอิตาลี มีการยกระดับมาตรฐานการจัดการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นกว่าโอลิมปิกครั้งก่อนๆ แม้ว่าจะยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายๆ ด้านอยู่ก็ตาม เช่น การริเริ่มโครงการคาร์บอนสมดุล การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การนำขยะมารีไซเคิล และการใช้วัสดุที่ปราศจากสารพิษในการก่อสร้างสนามแข่งขัน เป็นต้น

          อ้างอิง :    http://www.salforest.com/blog/korbtip/sustainsport
                           Independent Environmental Assessment: Beijing 2008 Olympic Games, UNEP, 2009
                           http://www.dispatch.com/content/stories/local/2011/09/04/game-plan-for-trash-a-tossup.html



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น